เทคนิกปลูกผักไร้ดิน(ไฮโดรโปนิก)

   
ศูนย์เรียนรู้บ้านผักไฮโดร บางขุนเทียน กทม Line ID/Tel 0814419642 www.banpakhydro.blogspot.com
แนวคิดในการปลูกผักไฮโดร อยู่ที่ ให้ปุ๋ย A+B เป็นอาหารโดยตรงกับราก ในขณะเดียวกันต้องให้อากาศกับรากด้วย และน้ำปุ๋ยต้องเย็น ทั้งนี้ต้องประหยัดไฟ/น้ำ ถ้าเราเข้าใจจุดสำคัญของการออกแบบไฮโดรโปนิกแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถออกแบบระบบไฮโดรได้เอง หรือเลือกใช้ระบบไฮโดรที่เหมาะสมกับเราได้ 


ระบบของไฮโดรโปนิกที่ใช้กันอยู่ พอที่จัดได้ถึง5ระบบ  ซึ่งแต่ละระบบก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน แต่สังเกตุให้ดี จะเห็นว่าจุดยืนในการออกแบบเหมือนกัน คือ ใช้ปุ๋ย A+B เป็นแกน แล้วพยายามให้อากาศที่ราก โดยคำนึงถึงการประหยัดไฟมากสุด หรือพยายามรักษาปั้มน้ำไม่ให้เสียเร็ว(ปั้มต้องทำงานต่อเนื่อง ถ้าทำๆหยุดๆดูเหมื่อนประหยัดไฟ แต่ปั้มจะเสียเร็ว) และนำ้ปุ๋ยต้องเย็น


DFT (Deep Float Technique) เป็นระบบแรกๆของการปลูกผักไฮโดรโปนิก หลักคือใช้โฟมเป็นตัวพยุงต้นผักให้รากลอยอยู่ในน้ำปุ๋ย A+B ตลอดเวลา ทั้งนี้การเพิ่มอากาศในรากโดยใช้เครื่องทำอ๊อกซิเย้น(แบบในตู้ปลา) ปัจจุบันได้ใช้ระบบนี้ กับการเลี้ยงปลาและได้ผักไปในคราวเดียวกัน เรียกว่า Aquaponics  คลิกที่ภาพด้านบนดูClipครับ

DRFT( Dynamic Root Floating Technique) เป็นการพัฒนาในระบบ DFT ขึ้นมา ในแนวคิดที่จะเพิ่มอากาศให้กับรากโดยตรง โดยการยกรากให้ลอยในอากาศประมาณ 3-5ซม. ในขณะที่รากในส่วนอื่นๆยังจมอยู่ในปุ๋ย A+B  คลิกที่ภาพด้านบนดูClipครับ
NFLT(Nutrient Flow Technique) นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจแล้วว่า รากพืชคือส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช รากนอกจากต้องการอาหารแล้ว มันต้องการอากาศอย่างมาก ระบบ NFLT ใช้ปุ๋ย A+B รดผ่านรากให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา โดยจับรากทั้งหมดให้ลอยขึ้นสามารถสัมผัสอากาศโดยตรง  ปัจจุบันนิยมปลูกแบบถัง คลิกที่ภาพด้านบนดูClipครับ


NFT(Nutrient Film Technique) จะเป็นการปลูกเฉพาะผักสลัดเท่านั้นที่ได้ผล เพราะปริมาณปุ๋ยไม่มากพอสำหรับพืชให้ผล วิธีนี้กำลังเป็นทางเลือกอันดับ1 ของเกษตรกรไทย ผู้ที่จะผลิตผักสลัดขาย หลักการก็เหมือน NFLT แต่ให้ปุ๋ย A+B ไหลในรางบางๆความสูงประมาณ 3-5mm.สัมผัสกับราก วนกลับไปที่บ่อเก็บ (Reservoir)แล้วปั้มใช้ใหม่ คลิกที่ภาพด้านบนดูClipครับ

FAD(Flood And Drain) ระบบนี้ศูนย์เรียนรู้บ้านผักไฮโดร ได้นำมาใช้เป็นหลัก  เพราะจากการศึกษาทั้งหมดระบบนี้สามารถให้ปุ๋ย A+B ได้มากและในขณะเดียวกัน  ก็สามารถให้อากาศกับรากได้มาก อีกทั้งยังสามารถป้องกันความผิดพลาดอาจเกิดจากไฟฟ้าดับเป็นเวลานานๆ ทุกระบบข้างต้นจะทำให้ผลผลิตเสียทั้งหมด ยกเว้น DRFT แต่ FDA ศูนย์เรียนรู้บ้านผัก ได้ออกแบบให้ระบบเปลี่ยนจาก  FAD เป็น DRFT ขณะเกิดไฟฟ้าดับ    คลิกที่ภาพด้านบนดูClipครับ